ความสนุกเริ่มต้นที่นี่
banner
image

ภูเก็ต : ตำนานเส้นทาง จังซีลอน สู่ศิลปะ ชิโนโปรตุกีส

ภูเก็ต : ตำนานเส้นทาง จังซีลอน สู่ศิลปะ ชิโนโปรตุกีส

June 29, 2020 | by Giant GOGO

“บ่าบ๋า”
ภูเก็ต : ตำนานเส้นทาง จังซีลอน สู่ศิลปะ ชิโนโปรตุกีส
By “ลุงปั๊บยังไหว”: 29 มิถุนายน 2563

“จังซีลอน” ชื่อเรียกดั้งเดิมของจังหวัดภูเก็ต” เพี้ยนมาจากคำว่า “จ็อง สาลัง” โดยคำว่า “จ็อง” ในภาษามาเลย์หมายถึงแหลม ซึ่งตรงกับลักษณะของเกาะภูเก็ตที่เป็นแหลมยื่นออกมา ส่วนคำว่า “สาลัง” เป็นคำที่เพี้ยนตามเสียงของคนมาเลย์ ที่พยายามออกเสียงคำว่าถลาง ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกัน เชื่อกันว่า ชาวเลเป็นชนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาอยู่บนเกาะ อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้จังหวัดภูเก็ตเริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางก็คือการทำเหมืองแร่ เมื่อการทำเหมืองแร่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง โดยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 เริ่มมีชาวจีนอพยพมาอยู่อาศัยกันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่อพยพมานั้นจะเป็นชายหนุ่มและเด็กหนุ่มที่ยังไม่มีครอบครัว โดยบางคนก็ได้มาสร้างครอบครัวใหม่กับคนท้องถิ่น ทำให้เกิดคำว่า “บาบ๋า” คือ ลูกชาวจีน และคำว่า “เพอรานากัน” เป็นคำมาเลย์ แปลว่า “เด็กที่เกิดในท้องถิ่น” อาศัยอยู่ในภูเก็ตมาเป็นเวลานาน เป็นที่มาของวัฒนธรรมการแต่งงานหรือ “วิวาห์บาบ๋า” ที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีโบราณ รวมทั้งเป็นการให้เกียรติแก่ฝ่ายเจ้าสาวและครอบครัว ให้มีความมั่นใจในตัวเจ้าบ่าวที่จะสามารถดูแลเจ้าสาวอย่างมีความสุขด้วยการทาบทาม สู่ขอ หมั้นหมาย หรือที่เรียกว่า “ผ่างเต๋” คือ การเชิญญาติผู้ใหญ่จิบน้ำชา และ “เวียนสาดเวียนหมอน” คือ พิธีส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องนอน โดยมี “อึ่มหลาง” หรือ “แม่สื่อ” และ “แม่การ” เป็นผู้ดำเนินพิธีการต่าง ๆ ให้ เพราะในสมัยก่อนคู่สมรสมักไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน จนกว่าจะถึงวันแต่งกัน

ความเป็น “บาบ๋า” ของชาวภูเก็ตที่ยังดำรงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้เป็นอย่างดี มีวัฒนธรรมของตัวเองที่น่าสนใจอยู่มากมาย เช่น ประเพณีกินผัก (กินเจ) ผสมผสานความเชื่อของชาวพุทธและชาวจีนเข้าด้วยกัน ไหว้ทั้งวัด ไหว้ทั้งศาลเจ้า ตรุษจีนก็มีประเพณีที่ยิ่งใหญ่ ปีใหม่ไทยก็ให้ความสำคัญ มีวัฒนธรรมการแต่งกายของตัวเอง  ผู้หญิงก็จะนุ่งผ้า ใส่เสื้อลายลูกไม้สวยๆ ส่วนผู้ชายก็จะแต่งตัวแบบฝรั่ง ด้วยค่านิยมส่งลูกเรียนโรงเรียนฝรั่ง วัฒนธรรมอาหารการกินของก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน อย่างมีน้ำพริก ที่เรียกว่า น้ำพริกภูเก็ต เป็นน้ำพริกกุ้งสด คือมีน้ำขลุกขลิก กินกับผักสด มี “หมูเต่าอิ๋ว” ก็คือหมูพะโล้ที่ทำแบบแห้งๆ มีน้ำขลุกขลิกเช่นกัน แล้วก็มี “ผัดกาเป็ก” เป็นหน่อไม้น้ำผัดกุ้ง แต่หากจะพูดถึงของหวาน “โอ๋วเอ๋ว” ก็คือหนึ่งในขนมหวานที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีอาหารเก๋ๆ อย่างเช่น แกงไก่ใส่มันฝรั่ง เป็นอาหารโบราณ ไว้เวลาไหว้บรรพบุรุษ เพราะถ้าไหว้ด้วยไก่ต้มเฉยๆ ก็จะไม่ค่อยเก๋ไก๋

นอกเหนือจากวัฒนธรรมที่กล่าวมา สถาปัตยกรรมก็มีความน่าสนใจมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การสร้างบ้านในสมันก่อนเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโปรตุเกสและจีน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นท่ามกลางสังคมของกลุ่มชน 3 เชื้อชาติ อันได้แก่ โปรตุเกส จีน และมาเลย์ ในดินแดนแหลมมลายู ซึ่งก็คือตึกเก่าแบบชิโน-โปรตุกีส ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านการค้าเก่าเเก่ของเมือง อาคารที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลม กลืนจนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของเมืองภูเก็ต

หากท่านมีโอกาสไปเที่ยวภูเก็ต นอกเหนือจากธรรมชาติและท้องทะเลที่สวยงามจนถูกยกย่องว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” แล้ว ยังมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของ “บาบ๋า” ที่ลุงปั๊บ อยากให้ทุกท่านเข้ามาร่วมสัมผัสและค้นหาตำนานเส้นทาง “จังซีลอน” ไปด้วยกัน